ข่าวสารเพื่อประชาชน
โครงสร้างองค์กรและอำนาจหน้าที่
โครงสร้างบุคลากร
สรุปรายรับราย-จ่ายเงินประจำปีงบประมาณ
รายงานผลการดำเนินงานแผนิการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ
งานบริหารบุคคล
แผนพัฒนา,แผนชุมชน และเทศบัญญัติเทศบาล
กฎหมายเกี่ยวข้องกับเทศบาล
พรบ.ข้อมูลข่าวสาร
คู่มือประชาชน (ฉบับชั่วคราว)
   
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวกิจกรรมของเทศบาล
จัดซื้อจัดจ้าง /ประกวดราคา สอบราคา
รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวประกาศ/ข่าวประชาสัมพันธ์
   
การให้บริการประชาชน
กระบวนงานบริการตามภารกิจของ อปท.
งานนทะเบียนราษฎร
งานจัดเก็บและการหารายได้
งานทะเบียนพาณิชย์
การขออนุญาตเจาะบ่อบาดาล
การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
งานป้องกันสาธารณภัยและบรรเทา
รับแจ้งเหตุรำคาญ
โรงฆ่าสัตว์ เทศบาลตำบลไชยปราการ
Download แบบฟอร์มคำร้องต่างๆ
   
ข้อมูลท่องเที่ยว
สินค้าพื้นเมืองและแหล่งของฝาก
สถานที่ท่องเที่ยว
สถานที่พัก และอาหาร
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของประเทศอาเซียน
   
สำรวจการเยี่ยมชมเว็บไซต์

Counter

เมื่อวาน  : 8
วันนี้ : 0
วันที่    12 12  2560
 
งานทะเบียนราษฎร
เจ้าบ้าน
           เจ้าบ้านคือ คนที่เป็นหัวหน้าครอบครองในบ้านหลังนั้น ซึ่งการครอบครองนี้อาจจะครอบครองใน ฐานเป็นเจ้าบ้าน ผู้เช่าบ้าน หรือในฐานะอื่นๆ ก็ได้ คนที่เป็นเจ้าบ้านไม่อยู่ ตาย สูญหาย หรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ คนที่ดูแลบ้าน หรือที่อยู่ในบ้านขณะนั้น เป็นเจ้าบ้าน

เจ้าของกรรมสิทธิ์กับเจ้าบ้าน ต่างกันอย่างไร
          บางท่านเข้าใจผิดว่าเจ้าบ้านหมายถึงเจ้าของบ้าน ซึ่งเจ้าบ้านตามความหมายทะเบียนราษฎรมีจุด ประสงค์เพื่อทำหน้าที่แจ้งต่างๆ เกี่ยวกับงานทะเบียนราษฎร อาจจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านหรือไม่ก็ได้ การจะดูว่าใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้ดูที่หลักฐานการได้มาของกรรมสิทธิ์ เช่น หนังสือสัญญาซื้อขาย หรือพินัยกรรม เป็นต้น

หน้าที่ของเจ้าบ้าน
          กฏหมายทะเบียนราษฎร ได้กำหนดให้เจ้าบ้านมีหน้าที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนในเรื่องต่อไปนี้หาก ไม่แจ้งจะถือว่ามีความผิดตามกฏหมาย คือ
          - มีคนเกิดในบ้าน
          - มีคนตายในบ้าน
          - มีคนย้ายออก
          - ย้ายเข้ามาบ้านหลังนั้นๆ
          - มีการปลูกสร้างบ้านใหม่ หรือรื้อถอน

คนที่จะทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน
          โดยปกติแล้ว เมื่อมีการแจ้งต่อนายทะเบียน นายทะเบียนก็จะตรวจสอบดูว่าคนไปแจ้งนั้นเป็น เจ้าบ้านหรือไม่ โดยดูจาก
          1. บัตรประจำตัวประชาชนของคนแจ้งพร้อมทะเบียนบ้านที่นำไปแสดงว่าคนที่ไปแจ้งมีชื่อใน ทะเบียนบ้านและในช่องรายการระบุว่าเป็น "เจ้าบ้าน" หรือไม่
          2. ถ้าไม่ใช่บุคคลตามข้อ 1 ก็จะตรวจดูว่าคนที่ไปแจ้งมีชื่อ ปรากฏในทะเบียนนั้นหรือไม่ ถ้ามี ก็บันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐาน ถึงสาเหตุที่ไปแจ้งแทนเจ้าบ้าน กรณีที่ผู้มีชื่อในบ้านเป็ฯผู้เยาว์หรือเสมือนไร้ความสามารถ ให้ผู้ปกครองตามกฎหมาย(บิดา มารดา หรือผู้รับบุตรบุญธรรม) เป็นผู้ทำหน้าที่แทน
          3. ผู้ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านประสงค์จะทำหน้าที่เจ้าบ้านต้องมีหนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน
          4. แต่ถ้าบ้านหลังนั้นเป็นบ้านว่างไม่มีใครมีชื่ออยู่ในบ้าน ให้คนที่ครอบครองดูแลบ้านอยู่ขณะนั้นไป แจ้งนายทะเบียนก็จะบันทึกปากคำไว้และดำเนินการรับแจ้งให้เช่นกัน

การมอบหมาย
          กรณีคนที่มีชื่อรายการในทะเบียนบ้าน ระบุว่าเป็นเจ้าบ้านไม่ได้ไปแจ้งด้วยตนเอง หรือไม่ได้ให้คน ที่มีชื่อในทะเบียนบ้านเดียวกันไปแจ้ง แต่มอบหมายใน้บุคคลอื่นไปแจ้งแทนก็จะต้องให้ผู้ที่ได้รับมอบหมาย นำเอกสาร ต่อไปนี้แสดงต่อนายทะเบียนด้วย คือ
          - บัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านผู้มอบหมาย รับรองสำเนา บัตรประจำตัวประชาชนไว้ด้วย
          - บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง (ผู้รับมอบหมาย)
          - สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของบ้าน
          - หนังสือมอบหมาย หรือมอบฉันทะของเจ้าบ้าน

การแจ้งเกิด
          เมื่อมีเด็กเกิดใหม่ ให้เจ้าบ้านหรือบิดามารดา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียน ท้องถิ่น ภายใน 15 วันนับแต่วันที่เกิด
          1. ให้แจ้งขื่อตัวของเด็กเกิดใหม่ พร้อมกับการแจ้งเกิดและแจ้งชื่อสกุลด้วย พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็ก
          2. แจ้งวันเดือนปีและสถานที่เกิด ถ้ามีหนังสือรับรองการเกิดจากสถานพยาบาลให้นำมาแสดงด้วย
          3. แจ้งชื่อตัว-ชื่อสกุลบิดา มารดาของเด็ก
          4. แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุลและที่อยู่ของ ผู้แจ้งการเกิดตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมบัตร ประจำตัวประชาชนที่นำมาแสดง(กรณีผู้แจ้งไม่ใช่บิดา-มารดา)
          หลักฐานที่ไปแสดง
          - บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านบิดา มารดาของเด็ก
          - สำเนาทะเบียนบ้าน
          - หนังสือรับรองสถานที่เกิด
          การแจ้งเกิดเกินกำหนด กรณีมีคนเกิดแต่ไม่ไปแจ้งการเกิดภายใน 15 วันบับตั้งแต่วันที่เกิด ระวาง โทษปรับไม่เกิด 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)

การแจ้งการตาย
          เมื่อมีคนตายในบ้านให้เจ้าบ้านเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งกับท้องถิ่นที่มีคนตายภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาตาย ในกรณีไม่มีเจ้าบ้านให้ผู้พบศพแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาพบศพ
          เมื่อมีคนตายนอกบ้านให้ผู้ที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งทท้องที่ ที่ตายหรือพบศพหรือท้องที่ที่พึงแจ้งได้ ภายใน 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่เวลาตายหรือพบศพ ในกรณีนี้จะแจ้ง ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจก็ได้
          1. แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุลและที่อยู่ของผู้ตายตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านหรือบัตรประจำตัว ประชาชนที่นำไปแสดง
          2. แจ้งวันเดือนปีและสถานที่ที่ตายพร้อมสาเหตุการตาย ถ้ามีหนังสือรับรองสถานที่ตายจากสถาน พยาบาลหรือสถานีตำรวจให้นำไปแสดงด้วย และถ้าทราบ ชื่อตัว-ชื่อสกุลของบิดา มารดาของผู้ตายให้แจ้ง ต่อนายทะเบียนด้วย
          3. แจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับศพของผู้ตายด้วยว่า จะเก็บ ฝัง เผา ทำลายหรือย้ายศพที่ไหน เมื่อไร อย่างไร
          4. แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุลและที่อยู่ของผู้แจ้งการตายตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านหรือบัตร ประจำตัวประชาชนที่นำมาแสดง
          หลักฐานที่นำไปแสดง
          - สำเนาทะเบียนบ้านหรือบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง
          - สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตาย
          - หนังสือรับรองการตายจากสถานพยาบาล (ทร. 4/1)
          กรณีตายผิดธรรมชาติ ที่ในบ้าน นอกบ้าน เช่นถูกฆ่าตาย ตกจากที่สูง อุบัติเหตุ งูกัด เป็นต้น ต้องมี หลักฐานการชันสูตรพลิกศพจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
          การแจ้งตายเกินกำหนด เวลาหมายถึงกรณีตายแต่ไม่ได้แจ้งการตายภายในเวลาที่กฏหมายกำหนด กรณีนี้ให้ผู้แจ้งการตายยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่การตายหรือพบศพ โดยดำเนินการ ดังนี้
          1. เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องแล้วตรวจสอบคำร้องและเอกสารที่ผู้แจ้งนำไปแสดงแล้วดำเนิน การเปรียบเทียบคดีความผิดตามกฎหมายกำหนดไว้
          2. สอบสวนสาเหตุจากพยานบุคคลเพื่อให้ทราบถึงวันเวลาสถานที่และสาเหตุการตายและผู้รู้เห็น การตายตลอดจนสาเหตุที่ไม่มาแจ้งตายภายในเวลากำหนดรวบรวมหลักฐานและพิจารณา เมื่อเห็นว่าเชื่อถือ ได้สั่งอนุญาตให้รับแจ้งและดำเนินการต่อไป
          3. ผู้ใดไม่มาแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาตายหรือพบศพ ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกิน 1,000 บาท (หนึ่งพันบาท)

การขอหมายเลขประจำบ้าน
           ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งเพื่อขอหมายเลขประจำบ้านภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สร้าง เสร็จ บ้านที่จะขอเลขที่จะต้องมีลักษณะเป็นบ้านสามารถอยู่อาศัยได้
          หลักฐานประกอบการขอเลขหมายประจำบ้าน
           - บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
          - สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอหมายเลขและผู้แจ้ง
          - ใบอนุญาตก่อสร้าง (ถ้ามี)
          - หนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดิน(ถ้ามี) พร้อมสำเนาภาพถ่าย บัตรประจำตัวประชาชนและหลักฐาน แสดงว่าเป้นเจ้าของที่ดิน
          - บัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนในฐานะผู้มอบหมายให้ผู้อื่นมาดำเินินการแทน (หากเป็นนิติบุคคลจะต้องมีหนังสือรับรอง บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วย)
          - แบบแปลนการก่อสร้าง (ถ้ามี) พร้อมหนังสือรายงานการตรวจสภาพบ้านว่าได้ปลูกสร้างบ้านเสร็จ จากกองช่าง เทศบาลตำบลไชยปราการ (ผ.ท.9)

การแจ้งการย้ายที่อยู่
          ปัจจุบันการแจ้งการย้ายที่อยู่ มีความสะดวกรวดเร็วเนื่องจากผู้แจ้งสามารถแจ้งย้ายปลายทาง อัตโนมัติ โดยไม่ต้องกลับไปแจ้งย้ายที่ต้นทางสำหรับการย้าย มีกรณีต่างดังนี้

          การย้ายออก
                    เมื่อผู้อยู่ในบ้านย้ายออกจากบ้านให้เจ้าบ้านหรือผู้ย้ายออกแจ้งย้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้นย้ายออกไปโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
                     หลักฐานที่ต้องนำมาแสดง
                     1. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
                     2. บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
                     3. บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้าน (กรณีย้ายบุคคลในบ้านออก)
                     4. บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง (กรณีเจ้าบ้านมอบอำนาจ)
                     5. หนังสือมอบอำนาจของเจ้าบ้าน

          การย้ายเข้า
                     เมื่อมีผู้ย้ายที่อยู่เข้ามาอยู่ในบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้นย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ทั้งนี้ให้นำหลักฐานการย้ายออกแสดงต่อนายทะเบียน เพื่อทำการย้าย เข้า
                    หลักฐานที่ต้องนำมาแสดง
                      1. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
                     2. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน
                    3. บัตรประจำตัวของผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน
                    4. หนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน
                    5. ใบแจ้งย้ายที่อยู่ (ตอนที่ 1 และตอนที่ 2) กรณีใบแจ้งย้ายทีอ่ยู่สูญหายหรือชำรุดในสาระ สำคัญก่อนนำไปย้ายเข้าผู้ย้าย เข้าสามารถขอใบแทนได้ที่นายทะเบียน ผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่ออกใบแจ้ง การย้ายที่อยู่โดยยื่นคำร้อง พร้อมสำเนาการ แจ้งความประกอบเรื่อง หรือนำใบแจ้งย้ายที่อยู่ซึ่งชำรุดไป แสดง

          การแจ้งย้ายปลายทางโดยอัตโนมัติ
                     การแจ้งย้ายปลายทางโดยอัตโนมัติ เป็นกรณีนอกเหนือจาก ข้อ 1 ข้อ 2 ซึ่งผู้ย้ายที่อยู่จะ เป็นผู้แจ้งการย้ายออก และย้ายเข้าต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่ไปอยู่ใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วัน ย้ายออก โดยนำสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมคำยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าบ้านที่เข้าไปอยู่ใหม่แสดงต่อนาย ทะเบียนและเสียค่าธรรมเนี่ยม 20 บาท พร้อมหลักฐานที่จะต้องนำไปแจ้งเกี่ยวกับการย้ายที่อยู่

          การแจ้งย้ายออก-ย้ายเข้าเกิน กำหนด
                      เมื่อมีคนในบ้านย้ายออก-ย้ายเข้า เจ้าบ้านไม่แจ้งย้ายภายใน 15 วันนับแต่วันย้ายออก-ย้าย เข้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)

การตรวจ คัด และรับรองสำเนารายการทะเบียนราษฎร
          ผู้มีส่วนได้เสียตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535 หมายถึง
          1. เจ้าบ้าน
          2.ผู้ทีรายชื่อปรากฎในเอกสารที่จะขอตรวจหรือคัดและรับรองสำเนา
          3. บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับเอกสารทะเบียนราษฎรไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางออ้อม
           หลักฐานที่จะต้องแสดงต่อนายทะเบียน
          1. บัตรประจำตัวประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย
          2.หากผู้ร้องเป็นผู้ทีส่วนได้เสียทางอ้อม นายทะเบียนจะสอบสวนบันทึกปากคำเพื่อยืนยันความเป็น ผู้มีส่วนได้เสียไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบทางอาญา ถ้าเป็นผู้ไม่มีส่วนได้เสีย

เทคนิคการเซ็นรับรองสำเนาให้ถูกต้องและปลอดภัย

อัตราค่าธรรมเนียม
          1. คัดและรับรองสำเนารายการข้อมูลทะเบียนราษฎร 20 บาท
          2. คัดและรับรองสำเนารายการในทะเบียนบ้าน 10 บาท
          3. แจ้งย้ายปลายทาง 20 บาท
          4. คัดทะเบียนบ้านแทนฉบับเดิมที่สูญหาย, ชำรุด 20 บาท
บริการรวดเร็ว   ทันสมัย   ประทับใจ